หน้ารวมบทความ
   บทความ > สุขภาพ > หลายมิติของสุขภาพ
กลับหน้าแรก
 

หลายมิติของสุขภาพ
พระไพศาล วิสาโล

สุขภาพของคนเรานั้นมีหลายมิติ ชีวิตนั้นมีความซับซ้อนเกินกว่าที่จะอธิบายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนหรือเครื่องสแกนสมอง ดังที่พอล ไวส์ นักชีววิทยาชาวอเมริกันได้กล่าวว่า “ไม่มีปรากฏการณ์ใด ๆ ในระบบของสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถอธิบายได้ในระดับโมเลกุล แต่ก็ไม่มีปรากฏการณ์ใดเลยที่อธิบายได้เฉพาะในระดับโมเลกุล”

ความเครียด ความวิตกกังวล ความท้อแท้สิ้นหวัง ในทางพุทธศาสนาจัดว่าเป็นโรคอย่างหนึ่ง คือโรคทางใจ และโรคทางใจนี้มีความหมายรวมไปถึง “ความโกรธ ความผูกโกรธ ความลบหลู่ ความตีเสมอ ความริษยา ความตระหนี่ ความลวง ความโอ้อวด ความกระด้าง ความแข่งดี ความถือตัว ความดูหมิ่นท่าน ความเมา ความประมาท” (ขุ.จู.๓๐/๖๙๒)

สุขภาพที่เคยมีการนิยามว่าหมายถึงการปลอดโรค จะใช้ได้อย่างแท้จริง ก็ต่อเมื่อขยายความหมายของ “โรค” ให้กว้างกว่า โรคทางกาย โดยให้คลุมไปถึงโรคทางใจ ซึ่งในที่นี้ไม่ได้หมายถึงโรคที่เกิดจากความผิดปกติทางสมอง เช่น โรคประสาท โรคซึมเศร้า โรคอัลไซเมอร์ หากหมายถึงโรคที่เกิดจากการวางจิตใจไม่ถูกต้อง ทั้ง ๆ ที่มีสมองปกติ ความเครียด ความวิตกกังวล ความท้อแท้สิ้นหวัง ตลอดจนอาการอีกมากมายที่กล่าวมาข้างต้น เป็นโรคทางใจในความหมายดังกล่าว โรคทางใจเหล่านี้ถึงที่สุดแล้วเกิดจากความติดยึดที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ปรารถนาให้ทุกอย่างเป็นไปตามใจตน เมื่อไม่ได้ดังใจ จึงเกิดโรคเหล่านี้ขึ้นมา พูดอีกอย่างคือเป็นโรคที่เกิดจากความยึดมั่นในตัวตน โรคทางใจเหล่านี้ท่านพุทธทาสภิกขุเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “โรคทางวิญญาณ” เพื่อไม่ให้ซ้ำกับโรคจิตในความหมายของการแพทย์แผนใหม่ ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติทางสมองหรือระบบประสาท อันท่านจัดว่าเป็นโรคทางกายอีกแบบหนึ่ง

ในการบำบัดโรคทางใจหรือโรคทางวิญญาณดังกล่าว การทำสมาธิเพื่อให้จิตสงบ ผ่อนคลาย สามารถช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าจะให้ได้ผลอย่างแท้จริงและยั่งยืน ต้องอาศัยการเปลี่ยนทัศนคติเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องหรือสอดคล้องกับความเป็นจริง ซึ่งทางพุทธศาสนาเรียกว่าปัญญา ปัญญานั้นมีหลายระดับ เริ่มจากการเห็นว่าความเจ็บป่วยนั้นเป็นธรรมดาของชีวิต ความเข้าใจดังกล่าวช่วยให้ยอมรับความเจ็บป่วยได้ โดยใจไม่ทุกข์ทรมานไปกับอาการดังกล่าวมากนัก หรือการเห็นว่าโรคใด ๆ ก็ตามไม่น่ากลัวเท่ากับความกลัวต่อโรคนั้น

ความสำเร็จของการแพทย์ทางเลือกเช่นชีวจิตส่วนหนึ่งนั้นอยู่ที่การทำให้ผู้ป่วยเห็นว่ามะเร็งไม่ใช่โรคร้ายที่น่าสะพรึงกลัว แม้จะเป็นมะเร็งหรือมีเซลมะเร็งอยู่ในร่างกาย เราก็สามารถมีความสุขได้ และอาจสุขยิ่งกว่าตอนก่อนป่วยด้วยซ้ำ ปัญญาขั้นที่สูงไปกว่านั้นคือ การเห็นว่าไม่มีอะไรที่จะยึดมาเป็นตัวตนได้ แม้แต่ร่างกายก็ไม่ใช่ของเราจริง ๆ ปัญญาดังกล่าวช่วยให้ปล่อยวางในร่างกาย และไม่ยึดเอาทุกขเวทนาทางกายมาเป็นของตน ดังนั้นแม้จะป่วยกาย แต่ก็ไม่ป่วยใจ ปัญญาที่ละวางความยึดติดในตัวตนนี้ ช่วยให้สามารถดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข และโปร่งเบา ปลอดพ้นจากความเครียด ความโกรธ ความริษยา ความแข่งดี ความถือตัว เป็นต้น ปัญญาที่พัฒนาเต็มขั้นย่อมทำให้เป็นอิสระจากโรคทางใจได้อย่างสิ้นเชิง สุขภาวะหรือสุขภาพที่เกิดจากปัญญาดังกล่าว อาจเรียกว่าสุขภาวะทางปัญญาก็ได้

อย่างไรก็ตามสุขภาพของบุคคลมิได้ขึ้นอยู่กับความผาสุกทั้งทางกายและใจ (ซึ่งรวมถึงสุขภาวะทางปัญญา)เท่านั้น ยังมีอีกมิติหนึ่งที่เกี่ยวข้องอย่างมากกับสุขภาพของบุคคล นั่นคือมิติทางสังคม ซึ่งหมายถึงความสัมพันธ์กับผู้อื่นและการเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อม

มนุษย์แต่ละคนนั้นมีอย่างน้อย ๒ สถานะ สถานะแรกคือการเป็นปัจเจกบุคคล สถานะที่สองคือการเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อม ในฐานะที่เป็นปัจเจกบุคคล สุขภาพของแต่ละคนย่อมขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและการดำเนินชีวิตของตนเอง แต่ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อม สุขภาพของแต่ละคนย่อมต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมด้วย เช่น มีน้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ และที่มองข้ามไปไม่ได้ก็คือ เงื่อนไขทางสังคม เช่น หลักประกันทางสุขภาพและสวัสดิการ รวมถึงนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาล และการจัดระเบียบสังคม

โรคเอดส์นั้นเป็นตัวอย่างของปัญหาสุขภาพที่มิได้เกิดจากความไม่รู้หรือประมาทของบุคคลเท่านั้น หากยังเป็นผลจากนโยบายเศรษฐกิจที่มุ่งหารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยการส่งเสริมหรือให้สัญญาณ “ไฟเขียว” แก่อุตสาหกรรมทางเพศ จนเป็นที่ขึ้นชื่อไปทั่วโลก ขณะเดียวกันก็สะท้อนถึงความบกพร่องของสถาบันศาสนาและวัฒนธรรม ที่ไม่สามารถต้านทานลัทธิบริโภคนิยมทางเพศที่แพร่สะพัดไปทั้งประเทศ เช่นเดียวกับการที่มีหญิง(และเด็ก)ขายบริการหลายแสน ก็บ่งชี้ความไม่เป็นธรรมในทางเศรษฐกิจและความบกพร่องของระบบการศึกษา

อุบัติเหตุจราจรซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยไม่สวมหมวกนิรภัยและเมาเหล้า เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่นอกจากจะเป็นผลจากความหละหลวมในการบังคับใช้กฎหมายแล้ว ยังสามารถสืบสาวไปถึงนโยบายทางด้านสุรา ซึ่งมีการโฆษณาและขายกันอย่างเสรี การแก้ปัญหานี้นอกจากจะทำด้วยการออกกฎหมายบังคับสวมหมวกนิรภัย ตลอดจนการตรวจใบขับขี่และเคร่งครัดกฎจราจรแล้ว ยังจำเป็นต้องมีการควบคุมการโฆษณาและขายสุรา

แต่เท่านั้นยังไม่พอ ควรมีการปรับปรุงนโยบายขนส่งมวลชนด้วย เพราะระบบขนส่งมวลชนที่ไม่มีประสิทธิภาพเป็นปัจจัยผลักดันให้คนจำนวนไม่น้อยหันไปหารถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ผลก็คือประเทศไทยเป็นประเทศที่มีรถจักรยานยนต์มากที่สุดประเทศหนึ่งของโลก

การเสริมสร้างสุขภาพของประชาชนจึงไม่ได้หมายความเพียงแค่การสร้างโรงพยาบาลมาก ๆ สนับสนุนให้ประชาชนออกกำลังกายสม่ำเสมอ และกินอาหารปลอดสารพิษเท่านั้น หากยังรวมไปถึงการดูแลรักษาจิตใจให้เป็นสุขและผ่อนคลาย และที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันก็คือการสร้างเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อชีวิตที่มีสุขภาวะด้วย

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved