กลับหน้าหลักชวนอ่านหนังสือ
   ชวนอ่านหนังสือ > พยาบาลผ่าทางตัน
กลับหน้าแรก

พยาบาลผ่าทางตัน

ผู้เขียน เกื้อจิตร แขรัมย์
คำนิยมโดย พระไพศาล วิสาโล

 

คำนิยม

คุณเกื้อจิตร แขรัมย์  เป็นพยาบาลที่หาได้ยาก   พยาบาลส่วนใหญ่นั้นมุ่งทำหัตถการเพื่อรักษากาย แต่คุณเกื้อจิตรทำมากกว่านั้น คือเยียวยาใจด้วย  มิใช่ใจของคนไข้เท่านั้น แต่รวมไปถึงใจของญาติคนไข้ เช่น พ่อแม่ หรือลูกหลานด้วย  ทั้งนี้เพราะว่าคนไข้ส่วนใหญ่ไม่ได้ป่วยแค่กาย  ใจก็ป่วยด้วย กล่าวคือ ถูกรุมเร้าด้วยความเครียด วิตกกังวล โกรธเคือง และหวาดกลัว  ซึ่งอาจมีญาติเกี่ยวข้องด้วย ความป่วยใจนั้นบางครั้งเป็นผลจากความป่วยกาย แต่บ่อยครั้งก็เป็นเหตุแห่งความป่วยกาย  ดังนั้นหากละเลยจิตใจ  เยียวยารักษาแต่กาย  ความเจ็บป่วยก็ยากที่จะหาย มิหนำซ้ำหัตถการหรือมาตรการที่กระทำกับร่างกายของคนไข้ อาจเพิ่มความเจ็บปวดหรือความทุกข์มากขึ้นทั้งกับคนไข้และญาติ

ดังที่คุณเกื้อจิตรได้ย้ำเสมอ  คนไข้จะหายจากโรคได้ ต้องมีองค์ประกอบ ๔ ประการ คือ “หมอดี ยาดี จิตใจดี และคนดูแลดี”   ประสบการณ์ของคุณเกื้อจิตร ที่ถ่ายทอดออกมาเป็นหนังสือเล่มนี้ ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า จิตใจของคนไข้และผู้ดูแลนั้น มีความสำคัญอย่างมากในการช่วยให้คนไข้มีสุขภาพดีขึ้น  บางรายคนไข้กลับมาเป็นปกติโดยไม่ต้องใช้ยาเลยด้วยซ้ำ   บางรายเป็นโรคร้ายซึ่งหมอพยากรณ์ว่าจะอยู่ได้อีกไม่กี่เดือน แต่สิบกว่าปีผ่านไปก็ยังไม่ตาย  แถมยังสามารถใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไป

อย่างไรก็ตามความจริงอย่างหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ เราทุกคนต้องตาย  แม้จะหายจากโรคหนึ่ง แต่ในที่สุดก็ต้องตายด้วยโรคอื่นหรือเหตุอื่น  ดังนั้นเมื่อถึงจุดหนึ่ง  แม้ได้หมอดี ยาดี จิตใจดี และคนดูแลดี เราก็หนีความตายไม่พ้น  แม้กระนั้นทางเลือกหนึ่งซึ่งเปิดกว้างแก่เราทุกคน ก็คือการตายดีหรือตายอย่างสงบ ไม่ทุรนทุราย หรือทุกข์ทรมาน  สำหรับชาวพุทธ ตายดียังหมายถึงการไปสุคติภูมิด้วย

ในขณะที่แพทย์และพยาบาลจำนวนมากพยายามทำทุกอย่างเพื่อช่วยให้คนไข้มีชีวิตรอด แต่หากทำไม่สำเร็จก็วางมือ หรือไม่ก็พยายามยืดลมหายใจของคนไข้ให้ยืนนานที่สุด คุณเกื้อจิตรมองว่ายังมีสิ่งหนึ่งที่ทำได้และดีกว่าด้วย นั่นคือช่วยให้คนไข้จากไปอย่างสงบ  แม้ทำอะไรกับร่างกายของเขาไม่ได้แล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายอย่างที่สามารถทำให้กับจิตใจของเขาได้ อาทิ น้อมใจเขาให้ระลึกถึงพระรัตนตรัย หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นับถือ ชวนให้นึกถึงบุญกุศลหรือความดีที่ได้ทำ  ช่วยปลดเปลื้องความกังวลหรือสิ่งค้างคาใจ  สิ่งเหล่านี้มิใช่หมอและพยาบาลเท่านั้นที่ทำได้  ลูกหลานญาติมิตรหรือผู้ดูแลก็สามารถทำได้เช่นกัน และควรทำด้วย (แทนที่จะเรียกร้องให้หมอยื้อชีวิตคนไข้อย่างเดียวในนามของความรักหรือความกตัญญู) เพราะเป็นวิธีช่วยให้คนไข้จากไปโดยไม่ทุกข์ทรมาน  เมื่อถึงคราวที่ปุถุชนอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ จะต้องตาย อะไรเล่าที่ทรงคุณค่าและประเสริฐกว่าการตายอย่างสงบ

สิ่งที่คุณเกื้อจิตรทำให้กับคนไข้และผู้ดูแลนั้น  ไม่มีกล่าวในตำราและไม่มีสอนในโรงเรียนพยาบาล แต่เกิดจากประสบการณ์อันยาวนาน ไม่จำเพาะประสบการณ์ทางวิชาชีพเท่านั้น แต่รวมถึงประสบการณ์ชีวิตและการทำสมาธิภาวนา  พร้อมกันนั้นคุณลักษณะเฉพาะตัวของคุณเกื้อจิตรก็มีส่วนไม่น้อยในการเกื้อกูลบุคคลเหล่านั้น อาทิ  ความเป็นกันเอง อารมณ์ขัน ปฏิภาณไหวพริบ  และศิลปะการพูด  แต่ที่สำคัญก็คือ ความเมตตา  และถือเอาคนไข้และผู้ดูแลเป็นศูนย์กลาง  คุณสมบัติดังกล่าวช่วยให้คุณเกื้อจิตรเข้าใจความรู้สึกของเขา และสามารถปลดเปลื้องความทุกข์ของเขาได้ด้วยคำพูดและวิธีการหรือ “กุศโลบาย”ที่เขายอมรับได้ง่าย  

ทุกวันนี้แพทย์และพยาบาลไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่รักษาเยียวยาคนไข้โดยอาศัยความรู้และประสบการณ์ทางวิชาชีพเท่านั้น  งานอีกอย่างที่จำเป็นต้องทำก็คือ การบริหารอารมณ์และความคาดหวังของญาติคนไข้  โดยเฉพาะกรณีที่คนไข้อยู่ในระยะท้าย   ความขัดแย้งระหว่างแพทย์พยาบาล กับญาติคนไข้มักเกิดขึ้นเป็นประจำ  ญาติหลายคนไม่อาจยอมรับความตายของคนไข้ได้ จึงเรียกร้องให้แพทย์และพยาบาลทำทุกอย่างเพื่อยื้อชีวิตของคนไข้  ซึ่งบ่อยครั้งกลับสร้างความทุกข์ทรมานให้แก่คนไข้ จึงเป็นสิ่งที่แพทย์และพยาบาลจำนวนมากไม่อยากทำ    ในทำนองเดียวกันเมื่อคนไข้เสียชีวิตด้วยเหตุสุดวิสัย   แพทย์และพยาบาลมักถูกญาติกล่าวโทษว่าเป็นสาเหตุ   คดีฟ้องร้องจึงเกิดขึ้นตามมามากมาย สร้างความทุกข์แก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง  อย่างไรก็ตามประสบการณ์ของคุณเกื้อจิตร ชี้ให้เห็นว่า  เหตุการณ์เหล่านี้ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นหากแพทย์และพยาบาลเข้าใจความรู้สึกของญาติ ไม่คิดเอาชนะ แต่ชวนให้นึกถึงประโยชน์สุขของคนไข้(ไม่ว่ายังมีชีวิตอยู่หรือสิ้นลมไปแล้ว)เป็นสำคัญ  แต่จะทำเช่นนั้นได้แพทย์และพยาบาลจะต้องบริหารอารมณ์ของตนให้ได้ก่อน คือ มีสติ จิตใจสงบเย็นและมั่นคง

หนังสือเล่มนี้หากแพทย์และพยาบาลได้อ่าน เชื่อว่าจะเข้าใจคนไข้และช่วยคนไข้ได้มากขึ้น ขณะเดียวกันก็จะลดปัญหาที่เกิดจากความเข้าใจผิดของผู้ดูแลและญาติคนไข้   แต่ถึงไม่ใช่แพทย์และพยาบาลก็ควรอ่านหนังสือเล่มนี้ด้วยเช่นกัน เพราะสักวันหนึ่งเราก็ต้องกลายเป็นคนไข้และผู้ดูแล  หรืออาจกำลังเป็นญาติคนไข้อยู่แล้วในขณะนี้ก็ได้  มีหลายอย่างที่เราทำได้เพื่อช่วยตัวเองและช่วยคนรักของเรา  หลายอย่างนั้นคืออะไร หนังสือเล่มนี้ให้คำตอบได้

พระไพศาล วิสาโล
๒๐ มีนาคม ๒๕๖๑
              

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved