กลับหน้าหลักชวนอ่านหนังสือ
   ชวนอ่านหนังสือ > พุทธสันติวิธี
กลับหน้าแรก
 

พุทธสันติวิธี
หลักการและเครื่องมีอจัดการความขัดแย้ง

พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส(นิธิบุณยากร)
คำนิยม โดย พระไพศาล วิสาโล

แบ่งปันบน facebook Share   
คำนิยม

“เวรย่อมไม่ระงับด้วยการจองเวร” เป็นพุทธภาษิตที่คนไทยคุ้นเคย แต่คนจำนวนไม่น้อยเข้าใจว่า พระพุทธองค์ทรงสอนให้ยอมจำนนหรืออยู่นิ่งเฉย อันที่จริงพระพุทธองค์ทรงสนับสนุนให้เราทำสิ่งตรงข้ามด้วยซ้ำ กล่าวคือนอกจากไม่ตอบโต้ด้วยความโกรธหรือใช้กำลังอันเป็นการก่อเวรกันแล้ว ยังควรเอาชนะด้วยธรรมะ ดังมีพุทธภาษิตว่า “พึงชนะความโกรธด้วยความไม่โกรธ พึงเอาชนะความร้าย ด้วยความดี พึงเอาชนะคนตระหนี่ ด้วยการให้ พึงเอาชนะคนพูดพล่อย ด้วยคำสัตย์”

ตลอดพระชนม์ชีพ พระพุทธองค์ทรงเป็นแบบอย่างแห่งการเอาชนะด้วยธรรม หรือ “ธรรมวิชัย” แม้จะถูกอีกฝ่ายมุ่งร้ายหมายทำลายก็ตาม ดังกรณีพระเทวทัต ช้างนาฬาคิรี นางจิญจมาณวิกา เป็นต้น กล่าวได้ว่าพระพุทธองค์ทรงเป็นแบบอย่างของการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี นอกจากพุทธจริยาแล้ว คำสอนและแบบแผนที่พระองค์ทรงวางไว้ โดยเฉพาะในกรณีที่มีความขัดแย้งเกิดขึ้น ก็ล้วนเป็นไปเพื่อการแก้ปัญหาแบบสันติวิธีทั้งสิ้น ซึ่งยังสามารถประยุกต์ใช้ได้แม้กระทั่งทุกวันนี้ ดังปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนจากหนังสือเล่มนี้

แม้สันติวิธีจะเป็นแนวคิดที่เก่าแก่และมีการพูดถึงมากในสังคมไทยโดยเฉพาะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังมีความเข้าใจผิดมากในหมู่คนจำนวนไม่น้อย นอกจากจะเข้าใจว่าสันติวิธีหมายถึงการยอมจำนนแล้ว ระยะหลังยังมีความเข้าใจในคนบางกลุ่มว่าสันติวิธีหมายถึง “การไม่ใช้ความรุนแรงก่อน” ดังนั้นจึงอาจเตรียมพร้อมที่จะตอบโต้ด้วยกำลังทุกเมื่อ หากถูกกระทำด้วยความรุนแรง

สันติวิธีนั้นแม้จะมีการให้คำนิยามที่หลากหลายจากหลายสำนัก แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นร่วมกันก็คือ ปราศจากการใช้กำลังเพื่อทำร้ายหรือทำลายชีวิตผู้อื่น จากหลักการพื้นฐานนี้ได้มีการพัฒนามาเป็นวิธีการต่าง ๆ มากมาย เช่น ปฏิบัติการไร้ความรุนแรง การจัดการความขัดแย้ง การระงับข้อพิพาท การไกล่เกลี่ย เป็นต้น แต่ละวิธีการก็มีจุดเน้นแตกต่างกัน โดยมุ่งตอบสนองต่อประเด็นปัญหาที่แตกต่างกัน

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ผู้คนมักให้ความสนใจเป็นพิเศษ ได้แก่ ขั้นตอน ทักษะ หรือเทคนิคในการใช้วิธีการต่าง ๆ เพื่อให้เกิดประสิทธิผล แต่สิ่งที่มักถูกมองข้ามก็คือ คุณภาพทางจิตใจของผู้ใช้วิธีการดังกล่าว รวมถึงจุดมุ่งหมายของวิธีการเหล่านี้ว่า ถูกต้อง ชอบธรรม หรือเป็นธรรม มากน้อยเพียงใด ซึ่งขอเรียกรวม ๆ ว่า “ธรรมะ” ประเด็นหลังคือสิ่งที่หนังสือเล่มนี้ให้ความสำคัญ และถือได้ว่าเป็นลักษณะเด่นของ “พุทธสันติวิธี”

เมื่อมีปัญหาหรือความขัดแย้งเกิดขึ้น ผู้คนมักมองว่าสาเหตุอยู่ที่ตัวบุคคล ดังนั้นหากจัดการกับตัวบุคคลนั้นได้ ปัญหาก็จะหมดไป นี้คือที่มาของการใช้ความรุนแรงเพื่อแก้ปัญหา อย่างไรก็ตามสันติวิธีอาจถูกใช้ด้วยเหตุผลเดียวกันก็ได้ เป็นแต่ไม่ถึงกับทำร้ายหรือทำลายชีวิตของเขา แต่ในทัศนะของพุทธศาสนา รากเหง้าของปัญหามิได้อยู่ที่ตัวบุคคล หากอยู่ที่ทัศนคติหรือจิตสำนึกที่ครอบงำตัวบุคคลนั้น รวมถึงความโลภ ความโกรธ ความหลง ดังนั้นการขจัดตัวบุคคลออกไป ไม่ว่าด้วยความรุนแรงหรือสันติวิธี ย่อมไม่อาจแก้ปัญหาใด ๆ ได้ ตราบใดที่ทัศนคติหรือจิตสำนึกดังกล่าวยังดำรงอยู่ ปัญหาจะแก้ได้อย่างแท้จริง ก็ด้วยการเปลี่ยนแปลงทัศนคติหรือจิตสำนึกดังกล่าว รวมทั้งการแปรเปลี่ยนความโลภ ความโกรธ ความหลง นั่นหมายถึงการเอาชนะด้วยธรรมะ ดังพุทธภาษิตที่ได้ยกมาข้างต้น

พร้อมกันนั้นอีกประเด็นที่ควรพิจารณาควบคู่ไปด้วยก็คือ อิทธิพลของสิ่งแวดล้อม อาทิระเบียบสังคม ที่สามารถส่งผลต่อทัศนคติ จิตสำนึกและพฤติกรรมของผู้คนได้ ระเบียบสังคมที่ไม่เกื้อกูลย่อมก่อให้เกิดปัญหาหรือทำให้ความขัดแย้งลุกลามได้ ในทางตรงข้ามระเบียบสังคมที่เกื้อกูลย่อมช่วยลดทอนปัญหาและบรรเทาความขัดแย้งได้ หรืออาจส่งเสริมให้เกิดความช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ทำให้ธรรมเจริญงอกงามในใจของบุคคล ด้วยเหตุนี้พระพุทธองค์จึงทรงบัญญัติวินัยขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ชุมชนสงฆ์เป็นชุมชนแห่งกัลยาณมิตร และเพื่อให้ความขัดแย้งคลี่คลายได้ด้วยดี นอกจากนั้นในพระไตรปิฎกยังมีเรื่องราวของการลดความรุนแรงในสังคมด้วยจัดการทางเศรษฐกิจ มีการกระจายโภคทรัพย์ให้ทั่วถึงจนผู้คนอยู่ดีมีสุข ทำให้ไม่มีการลักขโมยหรือเบียดเบียนกันอีกต่อไป ทั้งหมดนี้หมายความว่าการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี มิได้หมายถึงการปรับเปลี่ยนทัศนคติ จิตสำนึก หรือความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลเท่านั้น แต่ควรครอบคลุมถึงการปรับเปลี่ยนระเบียบสังคมที่ก่อปัญหา หรือนำระเบียบสังคมที่ดีงามมาแทนที่

สันติวิธีเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับโลกยุคปัจจุบัน รวมทั้งสังคมไทยในขณะนี้ซึ่งเต็มไปด้วยความขัดแย้งมากมายที่พร้อมจะลุกลามเป็นความรุนแรงถึงขั้นเลือดตกยางออก การพัฒนาสันติวิธีในสังคมไทยนั้นจะครบถ้วนสมบูรณ์ไม่ได้หากละเลยการพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับพุทธสันติวิธี เป็นนิมิตดีที่พระมหาหรรษา นิธิบุณยากร ได้ใช้ความวิริยะอุตสาหะในการศึกษาวิจัยจนเกิดหนังสือเล่มนี้ขึ้น นับว่า พุทธสันติวิธี ได้ช่วยขยายพรมแดนแห่งความรู้ทั้งด้านสันติวิธีและพุทธศาสนาให้กว้างขวางขึ้น

จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้ก็คือการศึกษาโดยอาศัยภูมิปัญญาจากคัมภีร์สำคัญที่สุดของพุทธศาสนา คือพระไตรปิฎก โดยเทียบเคียงกับศาสตร์และองค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่พัฒนาในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา อีกทั้งยังนำหลักธรรมสำคัญทางพุทธศาสนามาเชื่อมโยงกับแนวคิดทางตะวันตก เช่น สิทธิมนุษยชน ความยุติธรรม ความโปร่งใส เป็นต้น โดยได้สังเคราะห์เป็นพุทธสันติวิธีสำหรับสังคมปัจจุบัน จึงเชื่อว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากในการศึกษาและพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับสันติวิธีแบบพุทธในอนาคต

พระไพศาล วิสาโล
๑ มีนาคม ๒๕๕๔

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved