กลับหน้าหลักหนังสือ
   หนังสือ > งานเขียน >ธรรมะชนะทุกข์
กลับหน้าแรก
ประเภท : งานเขียน

ธรรมะชนะทุกข์
โดย พระไพศาล วิสาโล

พิมพ์ครั้งที่ ๑ ๒๕๖๒
จัดพิมพ์โดย ชมรมกัลยาณธรรม


คำปรารภ

พระพุทธเจ้าตรัสว่า อันตรายมีสองประเภท ประเภทแรกได้แก่ “อันตรายที่ปรากฏ” อาทิ สัตว์ป่า งูเงี้ยวเขี้ยวขอ คนร้าย โรคภัยไข้เจ็บ เป็นต้น  ประเภทที่สองได้แก่ “อันตรายที่ปกปิด”  อาทิ นิวรณ์ ราคะ โทสะ โมหะ ความถือตัว ความประมาท เป็นต้น  อันตรายทั้งสองประเภท เรียกอีกอย่างว่า อันตรายจากภายนอก และอันตรายจากภายใน

ทุกวันนี้อันตรายจากภายนอกเกิดขึ้นกับเราน้อยลง ทั้งนี้เพราะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีความก้าวหน้ามากขึ้น ขณะเดียวกันระบบเศรษฐกิจและสังคมก็มีความมั่นคงกว่าแต่ก่อน  วิถีชีวิตของผู้คนในยุคปัจจุบันจึงปลอดภัยและมีความสะดวกสบายกว่ายุคใดสมัยใด  อย่างไรก็ตามอันตรายจากภายในหาได้ลดลงไม่  ผู้คนยังมีความทุกข์ใจเหมือนเดิม หรือหนักขึ้นด้วยซ้ำ  หากดูจากสถิติของผู้ป่วยทางจิต เช่น โรคซึมเศร้าและอัตราการฆ่าตัวตายที่สูงขึ้น ยังไม่นับยาคลายเครียดและยานอนหลับซึ่งขายดี ในขณะที่คนทั่วไปถูกรุมเร้าด้วยความวิตกกังวล จนถึงกับล้มป่วยด้วยโรคนานาชนิด รวมทั้งโรคความดัน และโรคหัวใจ

เทคโนโลยีนั้นให้เราได้แค่ความปลอดภัยและความสะดวกสบายทางกาย แต่ไม่อาจลดทอนอันตรายจากภายในหรือความทุกข์ใจได้เลย เพราะอันตรายประเภทหลังขึ้นอยู่กับคุณภาพของใจเป็นสำคัญ  ใจที่ขาดสติ ย่อมถูกความโลภ ความโกรธ ความเกลียด ความเศร้าครอบงำ จึงเต็มไปด้วยทุกข์ จะว่าไปแล้วอารมณ์เหล่านี้เกิดขึ้นได้ก็เพราะความหลงยึดติดถือมั่นในสิ่งต่าง ๆ ว่าเที่ยง เป็นสุข เป็นตัวกูของกู  ในด้านหนึ่งผู้คนจึงมุ่งหวังครอบครองสิ่งต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุด เมื่อผิดหวังก็เป็นทุกข์  แม้นได้มาแล้ว แต่เมื่อสิ่งเหล่านั้นแปรผัน เสื่อมสลาย พลัดพรากไป หรือไม่เป็นไปดั่งใจ ก็คร่ำครวญ คับแค้น  นั่นเป็นเพราะขาดปัญญา  ไม่เห็นความจริงของสิ่งทั้งปวงว่าเป็นเช่นนั้นเอง

ผู้คนทั้งหลายมักเข้าใจว่าความทุกข์ใจเกิดขึ้นเพราะสิ่งทั้งปวงไม่เป็นดั่งใจ จึงพยายามบังคับ ควบคุม และจัดการสิ่งเหล่านั้น ไม่ว่ารูปธรรมหรือนามธรรม ให้เป็นไปตามใจปรารถนา  แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไร ก็ยังเป็นทุกข์อยู่นั่นเอง เพราะสิ่งทั้งปวงไม่ยอมอยู่ในอำนาจของเรา  แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าความทุกข์ใจจะต้องเกิดกับเราไปตลอดจนกระทั่งสิ้นลม

ชีวิตที่ไร้ความทุกข์ใจนั้นเป็นไปได้ ไม่ใช่เพราะทุกอย่างหรือทุกคนเป็นดั่งใจเรา  แต่เป็นเพราะเราตระหนักถึงความจริงว่าไม่มีอะไรหรือใครที่จะเป็นดั่งใจเราได้ตลอด  ทั้งนี้เนื่องจากทุกสิ่งล้วนไม่คงที่ ไม่คงทน และไม่ใช่ตน จึงไม่อาจยึดติดถือมั่นได้เลย  เมื่อใดก็ตามที่คลายความยึดติดถือมั่นในสิ่งเหล่านี้  ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นใจก็ไม่เป็นทุกข์อีกต่อไป  พูดอีกอย่างก็คือ ความทุกข์ไม่สามารถทำอะไรจิตใจเราได้ต่อไป

ผู้คนทั้งหลายล้วนทุกข์ใจเมื่อเจอความไม่เที่ยง ความพลัดพราก ความเสื่อมสลาย รวมทั้งความแก่ ความเจ็บ และความตาย  อันที่จริงแล้วความจริงดังกล่าวไม่ได้ทำให้เราทุกข์ใจ  แต่เป็นเพราะการไม่ตระหนักหรือไม่เห็นความจริงดังกล่าวต่างหากที่นำความทุกข์มาสู่จิตใจของเรา เมื่อไม่เห็นความจริงดังกล่าว จึงหลงยึดหรืออยากให้มันเที่ยง เป็นสุข และเป็นของเราไปตลอด  เปรียบดังคนที่ยืนอยู่กลางกระแสน้ำเชี่ยว ย่อมถูกกระแสน้ำพัดพาไปจนกระแทกเกาะแก่งโขดหิน  อันตรายที่เกิดกับเขาไม่ได้มีสาเหตุจากกระแสน้ำเชี่ยว  แต่เป็นเพราะเขาไปยืนขวางกระแสน้ำนั้นต่างหาก  ผู้ที่มีปัญญา เมื่อแลเห็นกระแสน้ำเชี่ยว ซึ่งไหลเช่นนั้นมานานแสนนานแล้ว  ย่อมไม่เอาตัวไปยืนขวางกระแสน้ำ  แต่รู้จักใช้กระแสน้ำให้เกิดประโยชน์ เช่น ขับเคลื่อนกังหัน หรือพัดพาเรือไปยังจุดหมายปลายทางที่ต้องการ

ความทุกข์อันได้แก่ความแก่ ความเจ็บ ความเสื่อมสลาย ความพลัดพราก และความตายเป็นสิ่งที่ไม่มีใครหนีพ้น   แต่เมื่อใดที่เราเห็นว่ามันเป็นธรรมดาของชีวิตและโลก ยอมรับได้และวางใจถูก คือไม่คาดหวังหรือนึกคิดสวนทางกับความจริง  ความทุกข์ใจก็ไม่เกิดขึ้นกับเรา  กล่าวอีกนัยหนึ่ง  เมื่อใดที่ตระหนักถึงทุกขลักษณะในสรรพสิ่ง ทุกขเวทนาก็ไม่เกิดขึ้นกับใจอีกต่อไป

ธรรมะไม่ช่วยให้เราเอาชนะความแก่ ความเจ็บ ความพลัดพราก และความตายได้ แต่ธรรมะช่วยให้เราเอาชนะความทุกข์ใจได้ นี้คือคุณประโยชน์สำคัญที่สุดของธรรมะ และเป็นคำตอบว่าเหตุใดเราจึงควรมีธรรมะเป็นสรณะ

เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้คณะผู้จัดทำของชมรมกัลยาณธรรมได้คัดเลือกและรวบรวมจากคำบรรยายของข้าพเจ้าในที่ต่าง ๆ รวมทั้งจากการแสดงธรรมที่จัดโดยชมรมกัลยาณธรรม ทั้งที่โรงพยาบาลสมุทรปราการและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล  ขออนุโมทนาและขอบคุณผู้จัดทำทุกท่าน รวมทั้งคุณหมออัจฉรา กลิ่นสุวรรณ์ ประธานชมรมกัลยาณธรรมที่มีวิริยะในการจัดทำหนังสือเล่มนี้ ทั้งนี้ด้วยฉันทะในธรรมอันมีมาอย่างต่อเนื่องนานนับสิบปี  ช่วยให้สัมมาทัศนะและสัมมาปฏิบัติเผยแพร่อย่างกว้างขวางตลอดหลายปีที่ผ่านมา  หวังว่าผู้อ่านจะได้รับประโยชน์ทั้งจากหนังสือเล่มนี้และจากงานเผยแผ่ธรรมของชมรม ฯ สมมโนเจตนาของผู้จัดทำ

 

พระไพศาล วิสาโล
วันมหาปวารณา
๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๒
 

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved