หน้ารวมบทความ
   บทความ > คอลัมน์สุขใจในนาคร > ผูกสัมพันธ์ สรรค์สร้างสุข
กลับหน้าแรก
  สุขใจในนาคร มีนาคม ๒๕๔๕
ผูกสัมพันธ์ สรรค์สร้างสุข
พระไพศาล วิสาโล

ทุกวันอาทิตย์ย่านธุรกิจอันจอแจขวักไขว่กลางเกาะฮ่องกงจะแปรสภาพเป็นแหล่งชุมนุมของหญิงสาวชาวฟิลิปปินส์นับพัน ๆ คน ผู้คนคลาคร่ำเต็มทางเท้าจนล้ำถนนและล้นเข้าไปในสวนสาธารณะ บ้างก็นั่งล้อมวงกินอาหาร บ้างก็ร้องเพลง เต้นรำ สนทนาเฮฮากัน ไม่ว่าใครเดินผ่านก็ถูกเรียกให้มาร่วมวงปิคนิค
ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส รื่นเริงบันเทิงใจ ราวกับชีวิตนี้ไม่มีอะไรที่ต้องทุกข์ร้อนอีกแล้ว

แต่ความจริงแล้วชีวิตของหญิงสาวเหล่านั้นมีเรื่องที่จะต้องทุกข์ร้อนเยอะแยะไปหมด เริ่มตั้งแต่
การจากบ้านเกิดเมืองนอน ไม่ใช่แค่ห่างไกลญาติพี่น้องเท่านั้น หลายคนยังพลัดพรากจากสามีและลูก ๆ ทำนองเดียวกับหญิงไทยจำนวนไม่น้อยที่ต้องออกไปทำงานในต่างประเทศเพื่อส่งเงินมาจุนเจือครอบครัว
แต่สาวฟิลิปปินส์เหล่านี้ไม่ได้มีแค่พันธะทางใจที่ต้องกังวลเท่านั้น หากชีวิตความเป็นอยู่ในฮ่องกงก็ยังเดือดร้อน
ไม่น้อย แทบทั้งหมดเป็นคนรับใช้ในบ้าน จึงต้องอยู่กินและทำงานกับนายจ้างชาวจีนทั้งวันทั้งคืน ถ้าได้นายจ้างที่ดีก็โชคดีไป แต่ส่วนใหญ่ได้นายจ้างที่ไม่ค่อยดูดำดูดีเท่าไร มิหนำซ้ำยังอาจเป็นที่รองรับอารมณ์ ของนายจ้าง มากกว่าครึ่งของคนรับใช้ชาวฟิลิปปินส์ไม่มีห้องของตัวเอง หลายคนต้องนอนในห้องน้ำ ใต้โต๊ะกินข้าว บางคนต้องนอนในตู้เก็บจาน กลางคืนก็เอาจานออกมาวางข้างนอก แล้วเข้าไปซุกนอน พอเช้าก็เอาจานกลับไปเก็บข้างในตามเดิม หนักกว่านั้นนายจ้างบางคนใช้กำลังกับสาวใช้

เช่น ตบตีเพราะคนงานทำความสะอาดหม้อไม่เรียบร้อย ที่รุนแรงถึงขั้นเอาเตารีดร้อน ๆ นาบมือก็มี
น่าแปลกที่ว่า ทั้ง ๆ ที่ชีวิตประสบกับความลำบากมากมาย แต่สาวใช้ฟิลิปปินส์ก็ยังยิ้มแย้มแจ่มใส
จนแม้คนฮ่องกงเองก็คงอิจฉา แน่ละใครที่หลุดออกมาจาก "นรก" ได้แม้เพียงชั่วขณะ ก็ย่อมดีใจเป็นธรรมดา แต่ถ้าหลุดมาแล้ว ทำอะไรคนเดียวหรือนั่งอยู่เฉย ๆ สักพักก็อาจจะกระสับกระส่ายหรือกลัดกลุ้มขึ้นมาได้ คนญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อย ไม่เคยลาพักร้อนเลย สาเหตุก็เพราะทนไม่ได้ที่จะอยู่บ้านเฉย ๆ สู้ออกไปทำงานไม่ได้ ด้วยเหตุนี้สาวฟิลิปปินส์ที่ฮ่องกงจึงเลือกที่จะมาพบปะสังสรรค์กัน แทนที่จะแยกตัวไปเที่ยวคนเดียว ในวันหยุด คนเราเมื่อได้มีโอกาสมาเล่าปัญหา ระบายความเดือดร้อนของตนเองให้ผู้อื่นได้รับรู้ ความกลัดกลุ้ม ก็บรรเทา ลงไปราวกับว่ามีคนมาร่วมแบกด้วย ในอีกด้านหนึ่งการได้รับรู้ความทุกข์ของคนอื่น ก็ช่วยให้เราตระหนักว่าในโลกนี้ไม่ได้มีเราคนเดียวเท่านั้นที่ทุกข์ คนอื่นก็ทุกข์ด้วย และอาจจะทุกข์ยิ่งกว่าเราอย่างเทียบกันไม่ได้ จ.ส.๑๐๐ บางครั้งไม่ได้ช่วยคลายความแออัดของจราจรเท่าใดนัก แต่อย่างน้อยก็ช่วยให้คนกรุงอัดอั้นตันใจ น้อยลง เพราะมีช่องระบายปัญหา รวมทั้งได้รับรู้ว่าคนอื่น ก็เจอรถติดเช่นเดียวกับเรา

แต่คนเราไม่ได้มาพบปะกันเพื่อระบายความทุกข์เท่านั้น หากยังมาเพื่อรับรู้ความสุขของกันและกัน มีเรื่องดี ๆ ในชีวิตมากมายที่ไม่ได้ทำให้เราเป็นสุขคนเดียว หากยังช่วยให้คนอื่นมีความสุขด้วย แม้แต่เรื่องเชย ๆ เปิ่น ๆ ที่ทำให้เราอับอายขายหน้า เมื่อกลับมาเล่าใหม่ในวงเพื่อน กลับกลายเป็นเรื่องขำขันที่เรียกเสียง หัวเราะ ทั้งของเราและเพื่อน ๆ ได้อย่างวิเศษ นับเป็นยาอายุวัฒนะที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้

การรับรู้และแลกเปลี่ยนสุขทุกข์ของกันและกันช่วยให้จิตใจของเราเบาสบายขึ้นมาก แต่ที่สำคัญกว่า นั้นก็คือการได้รับรู้ถึงน้ำใจไมตรีของกันและกัน เมื่อได้ระบายความทุกข์ และรู้ว่าอีกฝ่ายห่วงใย ใส่ใจ และพร้อมจะช่วยเหลือ ความซาบซึ้งใจ ความหวังและกำลังใจจะผุดโพลงขึ้นมา และดึงจิตที่หนักอึ้ง ให้ลอยสูงขึ้นและมีเรี่ยวมีแรงอีกครั้งหนึ่ง

ตรงนี้เองเป็นกุญแจสำคัญของการเยียวยาจิตใจ การพบปะสังสรรค์จะมีความหมายน้อยลงถ้า
ทุกคนมาด้วยจิตที่คิดจะเอาหรือนึกถึงแต่ตัวเอง งานกาล่าดินเนอร์ในโรงแรมชั้นหรูมีคุณค่าทางจิตใจน้อยกว่า งานสังสรรค์กลางทางเท้าของสาวฟิลิปปินส์ก็เพราะเหตุนี้ ในลานปิคนิคกลางเกาะฮ่องกงทุกวันอาทิตย์ แม้ผู้คนจะจับกลุ่มตามท้องถิ่นพื้นเพของตน คล้ายบ้านเราที่มีทั้งอีสาน เหนือ ใต้ อะไรทำนองนั้น แต่ก็ไม่ได้ถึงกับแยกกันเป็นพวก ๆ มีการย้ายจากกลุ่มนี้ไปกลุ่มนั้น ชักชวนทักทายกันข้ามกลุ่ม แม้แต่คนชาติอื่นที่แวะเวียนผ่านมา ก็ถูกเรียกให้มาร่วมกินอาหารกัน

คนฟิลิปปินส์นั้นขึ้นชื่อว่าเป็นคนเปิดเผย มีน้ำใจเอื้อเฟื้อ เป็นมิตรกับคนง่าย พร้อมจะผูกสัมพันธ์ และแบ่งปัน เป็นที่รู้กันว่าเมื่อมีแขกมาพัก เจ้าของบ้านจะย้ายมานอนพื้น เพื่อให้อาคันตุกะได้นอนเตียง หัวใจที่เปิดกว้างเช่นนี้ทำให้การสังสรรค์กลางทางเท้าของสาวฟิลิปปินส์ ในฮ่องกงมีชีวิตชีวา และเต็มไปด้วย บรรยากาศที่รื่นเริงแจ่มใส ขณะเดียวกันนี่ก็เป็นคำตอบว่าเหตุใด ความทุกข์ยากลำบากตลอด ๖ วัน ๖ คืนในบ้านเจ้านายชาวจีนจึงไม่สามารถเปลี่ยนสาวใช้ฟิลิปปินส์ให้กลาย เป็นคนอมทุกข์ เศร้าหมองไปได้ทั้ง ๆ ที่ทำงานมาหลายปี

ชีวิตของสาวใช้ฟิลิปปินส์ เป็นข้อพิสูจน์อย่างหนึ่งว่า ความสุขของ คนเรานั้น ไม่ได้เกิดจากปัจจัย ภายนอกเป็นสำคัญ สุขหรือทุกข์นั้นไม่ได้อยู่ที่ว่าเรามีมากหรือน้อย และไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนภายนอกว่า เขาปฏิบัติต่อเราอย่างไร ข้อนี้จะเห็นได้ชัดเมื่อมองไปอีกด้านหนึ่งคือนายจ้างชาวจีน ทั้ง ๆ ที่มีความ เป็นอยู่สะดวกสบาย มีเงินทองมากมาย แต่แล้วคนจีนฮ่องกงกลับกลาย เป็นคนที่มีความสุข น้อยกว่าลูกจ้าง ของตนเสียอีก ในการ สำรวจความเห็นของชาวเอเชียแทบทุกครั้งๆ จะได้ผลสรุปตรงกันว่า ชาวจีนฮ่องกง และชาวญี่ปุ่นมีความสุข น้อยที่สุด ส่วนคนที่มีความสุขมากที่สุดอันดับต้น ๆ คือชาวฟิลิปปินส์

จิตใจที่เปิดกว้าง พร้อมเชื่อมสัมพันธ์กับผู้อื่น ช่วยให้เราหมกมุ่นกังวลกับตัวเองน้อยลง ความทุกข์ของเราก็จะพลอยเล็กลง หรืออย่างน้อยก็ไม่ถูกขยายใหญ่เกินความจริง ขณะเดียวกันเราก็จะเห็นแก่ตัวน้อยลง เพราะนึกถึงคนอื่นมากขึ้น ความเห็นแก่ตัวนั้นเป็นบ่อเกิดแห่งความทุกข์ เพราะนำไปสู่ความอยากได้ใคร่เด่น ซึ่งทำให้ต้องดิ้นรนไขว่คว้าไม่รู้จบ การคิดถึงตัวเองน้อยลงเป็น จุดเริ่มต้นของการลดความทุกข์ในชีวิต และเมื่อเราตระหนักว่าไม่มีอะไรให้น่ายึดถือแม้แต่ตัวเราเอง ความทุกข์ในชีวิตก็เป็นอันสิ้นสุด มีแต่ความโปร่งโล่งเบาสบายในจิตใจ

นี่ใช่ไหมคือจุดหมายที่เราควรไปให้ถึง

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved