หน้ารวมบทความ
   บทความ > นิตยสารซีเคร็ต >
ลืมตัว
กลับหน้าแรก


นิตยสารซีเครท
: No.226 พฤศจิกายน 2017

ลืมตัว
พระไพศาล วิสาโล

ชายผู้หนึ่งไปซื้อของที่ตลาดคลองเตย   เห็นแผงมะม่วงเรียงติด ๆ กันหลายแผง  เขาจึงเดินดูและสอบถามราคาตั้งแต่แผงแรกไปจนถึงแผงสุดท้าย  จากนั้นก็กลับมาที่แผงแรก และเลือกมะม่วงมาได้จำนวนหนึ่ง  แต่เมื่อจะจ่ายเงิน พ่อค้ากลับพูดด้วยเสียงอันดังว่า “ไปดูร้านอื่นแบบนี้ อั๊วไม่ขายให้แล้ว”

พ่อค้าไม่พอใจที่เห็นชายผู้นั้นเดินผ่านแผงของเขาทีแรก ไปสนใจแผงอื่น   ความรู้สึกว่า “ตัวกู” ถูกกระทบเพราะไม่ได้รับความสนใจ  ทำให้รู้สึกขุ่นเคืองชายผู้นั้น  จึงตอบโต้ด้วยการไม่ยอมขายมะม่วงให้ 

พ่อค้าคงรู้สึกสะใจที่ชายผู้นั้นไม่ได้มะม่วงอย่างที่ต้องการ  เขาอาจรู้สึกว่า “กูชนะ” แล้ว  แต่ถ้าถามว่าพ่อค้าผู้นี้ฉลาดหรือโง่  คำตอบย่อมชัดเจนอยู่แล้ว

ธรรมดาพ่อค้าควรดีใจที่มีลูกค้ามาซื้อของ เพราะนั่นคือรายได้ที่จะตามมา จะว่าไปแล้วเขามาเป็นพ่อค้าก็เพราะเหตุนี้  การปฏิเสธลูกค้าย่อมไม่เป็นผลดีแก่ตัวเขาเอง  แต่อะไรทำให้เขาทำเช่นนั้น  คำตอบก็คือ ความลืมตัว 

พ่อค้าลืมตัวเพราะถูกความขุ่นเคืองครอบงำจิตใจ  จึงคิดแต่จะตอบโต้หรือเอาชนะผู้อื่น จนลืมไปว่าผลเสียจะเกิดขึ้นกับตัวเองอย่างไรบ้าง  มะม่วงของเขาแม้จะดี หอมหวาน แถมราคาถูก  แต่หากเขาลืมตัวแบบนี้บ่อย ๆ  เพราะปล่อยให้ความหงุดหงิดขุ่นเคืองเกิดขึ้นเป็นประจำ  ก็หวังความเจริญในอาชีพนี้ได้ยาก

คนเราไม่ว่าฉลาดหรือเก่งเพียงใดก็ตาม  หากลืมตัวเสียแล้ว  ก็สามารถทำสิ่งที่เป็นโทษแก่ตัวเองได้ทั้งนั้น  นักธุรกิจต้องการเสนอขายผลิตภัณฑ์ลูกค้า  แต่เมื่อถูกลูกค้าวิจารณ์  ก็โกรธ ห้ามใจไม่อยู่  ใช้ถ้อยคำรุนแรงตอบโต้ลูกค้า  ผลก็คือเสียลูกค้า  ทั้ง ๆ ที่สิ่งที่เขาควรทำคือตั้งสติ ไม่ปล่อยให้ความโกรธครอบงำใจ พยายามโน้มน้าวลูกค้าให้เห็นข้อดีของผลิตภัณฑ์ หรือใช้เหตุผลหักล้างคำวิจารณ์ดังกล่าว

ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม นอกจากความรู้ ความสามารถ เงินทุน เครือข่าย และโอกาสแล้ว อย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือ สติหรือความรู้ตัว  ถึงแม้จะประสบความสำเร็จในการงาน เป็นซีอีโอ  ศาสตราจารย์  ดาราดัง  แต่หากขาดสติ จนลืมตัว แม้เพียงชั่วขณะ ชีวิตก็อาจดำดิ่ง ประสบหายนะได้ เพราะอารมณ์ชั่ววูบชักนำให้ทำสิ่งเลวร้าย จนต้องติดคุกติดตะราง

แม้แต่การทำบุญ  หากไม่มีสติ ก็อาจลืมตัวทำบาปก็ได้  หญิงผู้หนึ่งไปทำบุญที่วัดใหญ่แห่งหนึ่ง  วันนั้นมีคนเยอะมาก ต้องต่อแถวยาวกว่าจะได้ไปบูชาสักการะพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์  จู่ ๆ ก็มีชายผู้หนึ่งแซงเธอต่อหน้าต่อตา เธอไม่พอใจ จึงต่อว่าชายผู้นั้น ผลก็คือเกิดการทะเลาะกัน ด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรงทั้งสองฝ่าย  วันนั้นแทนที่เธอจะได้บุญ กลับได้บาป เพราะจิตใจขุ่นมัว มีแต่ความเคืองแค้นและหมองหม่น 

เมื่อใดที่ลืมตัว ก็ลืมผิดชอบชั่วดี  จึงทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น โดยเฉพาะเมื่อความโกรธเข้ามาครอบงำจิตใจ  ลูกสามารถกราดเกรี้ยวกับพ่อแม่เพราะดื้อไม่ทำตามคำแนะนำ  ส่วนสามีก็สามารถทำร้ายภรรยาเพราะถูกต่อว่า

ทุกวันนี้เราเห็นความลืมตัวเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในสื่อโซเชียล เช่น เฟซบุ๊ค  ความลืมตัวเพราะโกรธชั่ววูบ ทำให้ดารา นักร้อง คนดัง หลายคนเขียนข้อความรุนแรง ที่ทำให้ต้องเสียใจในภายหลัง   บางคนอนาคตดับวูบเพียงเพราะข้อความไม่กี่ประโยคที่ระบายออกมา

หลายคนไม่ตระหนักว่าอันตรายนั้นอยู่ที่ปลายนิ้วของตน นั่นคือโทรศัพท์มือถือ  ทันทีที่ขาดสติ ลืมตัว เพราะอารมณ์ชั่ววูบ ข้อความที่พรั่งพรูผ่านปลายนิ้ว ไปปรากฏในสื่อโซเชียล กลับกลายเป็นหอกกลับมาทิ่มแทงตัวเอง บางคนทนไม่ได้ถึงกับฆ่าตัวตาย

โลกยุคนี้ ความลืมตัวคือสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าอะไรอื่น

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster